[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนบ้านอี่หล่ำ(ราษฎร์นุสรณ์)
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
ดาวเคราะห์น้อย ‘อสุรกาย‘ ขนาดใหญ่เบิ้ม มุ่งหน้ามายังโลกอีกแล้ว(24 ส.ค. 2562, 16:48) ฟอร์มระดับโลก “นครินทร์” ซิ่งคว้าโพลศึกพีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์(24 ส.ค. 2562, 16:45) แรงต่อเนื่อง ฝีพายไทย คว้า 7 ทอง ศึกเรือยาวมังกรชิงแชมป์โลก(24 ส.ค. 2562, 16:30) จับตา 27 ส.ค. ผู้ตรวจการฯ มีมติ ปมนายกฯ ถวายสัตย์ฯ เผย มีนศ.ร้องซ้ำ(24 ส.ค. 2562, 16:30) เผยภาพ "รถตู้ขาว" เบาะแสสำคัญ คาดเป็นพาหนะ 5 คนร้ายใช้บุกปล้นร้านทอง(24 ส.ค. 2562, 16:17) บุกช่วยหญิงถูกขังในบ้าน สามีอ้างเมียป่วยซึมเศร้า หวั่นทำร้ายตัวเอง(24 ส.ค. 2562, 16:12) พ่อ "ส.ท." เป็นศพในรถ ตามหาลูกจนป่วยเสียชีวิต ไม่ทิ้งปมอุบัติเหตุ-ฆาตกรรม(24 ส.ค. 2562, 16:10) “กอร์ปศักดิ์” ติง เเผนเงินกู้รัฐบาล 4 ปี กู้เงินปิดหีบ 2 ล้านล้าน (24 ส.ค. 2562, 16:07) มาดู ครูก้อย ภรรยา เจมส์ ตอบคำถามคนดราม่าหาว่าอวดลูกเวอร์เกินเหตุ(24 ส.ค. 2562, 16:02) "ปัทมา" สุดปลื้ม ขนไก่ไทยสร้างประวัติศาสตร์ในศึกชิงแชมป์โลก (24 ส.ค. 2562, 16:00) เก๋งนั่งอัด 8 คน กลับจากกดเงินบัตรคนจน แหกโค้ง หวิดเกิดเหตุสลด(24 ส.ค. 2562, 15:50) วิธีซ่อมบลัชออนแตก : MIRROR Beauty Solution(24 ส.ค. 2562, 15:45) "เทพไท" กระทุ้ง ปชป.แก้ รธน.ตามเงื่อนไขร่วมรัฐบาล(24 ส.ค. 2562, 15:31) "ระวี"ยัน พลังธรรมใหม่ ไม่ยุบรวม พปชร. ลั่น ขอเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล(24 ส.ค. 2562, 15:21) ชมไฮไลต์ "ชนาคุง" เกมซัปโปโรเปิดบ้านเจ๊าเอฟซี โตเกียว(คลิป)(24 ส.ค. 2562, 15:20) เปิดความรัก หนุ่มอาสาดูแล "สาวพิการ" ที่รู้จักผ่านแชต สัญญาจะดูแลตลอดไป(24 ส.ค. 2562, 15:20) 5โจรแต่งกายคล้ายทหาร ควงอาวุธสงคราม บุกปล้นร้านทอง กวาดไปเกือบหมด(24 ส.ค. 2562, 15:12) เกาหลีใต้สุดกังวล ‘คิม’ ไม่หายโกรธ สั่งยิงขีปนาวุธครั้งที่ 7 ตกตูมในทะเล(24 ส.ค. 2562, 15:11) ลูกจ้างสถานคุ้มครองฯเด็ก ควบกระบะเข้าเวรวันหยุด ชนต้นไม้ คอหักตาย(24 ส.ค. 2562, 15:06) "กมลวรรณ" สุดเฮง ขยับติดท็อป 50 โลก ซิวตั๋วแล่นใบอลป.2020(24 ส.ค. 2562, 14:50)
เมนูหลัก
เว็บหน่วยราชการ
e-Learning

เว็บไซต์หน่วยงาน ราชการ
ค้นหาจาก google
เตรียมประเมินวิทยฐานะ
ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันปั๊ม ปตท. วันนี้

  
มูลนิธิคุณแม่บุปผาไผทฉันท์  
 

ตราสาร
มูลนิธิคุณแม่บุปผาไผทฉันท์เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน
 
หมวดที่  1
ชื่อเครื่องหมายและสำนักงานที่ตั้ง
 
ข้อ 1.  มูลนิธิชื่อว่า  มูลนิธิคุณแม่บุปผาไผทฉันท์เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน  ย่อว่า  ม.บ.ด. เรียกเป็น 
            ภาษาอังกฤษว่า  ( MOTHER  BUPHA  PATHAICHAN  FOUNDATION  FOR 
            CHILDREN      DEVELOPMENT  (BFCD)
ข้อ 2. เครื่องหมายของมูลนิธิ  คือ  รูปเด็กสองคนกำลังก้าววิ่งไปข้างหน้าโดยมีวงรีล้อมรอบ  ภายใต้
            วงรีมีชื่อว่า  “มูลนิธิคุณแม่บุปผาไผทฉันท์เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน”
 
มูลนิธิคุณแม่บุปผาไผทฉันท์เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน
 
 
 
 
 
 
 

ข้อ 3. สำนักงานของมูลนิธิตั้งอยู่ที่  สำนักงานสภาตำบลอี่หล่ำ  (บริเวณบ้านอี่หล่ำ หมู่ที่ 1)  ตำบล
            อี่หล่ำ  อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัดศรีสะเกษ  รหัสไปรษณีย์  33120
 
หมวดที่  2
วัตถุประสงค์
 
ข้อ 4.       วัตถุประสงค์ของมูลนิธิคือ
                   4.1   ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนตำบลอี่หล่ำและตำบลรังแร้งทั้งทางด้านร่างกาย
                         สติปัญญา  จิตใจและค่านิยม
                   4.2   ส่งเสริมการศึกษาและฝึกอบรมเด็กและเยาวชน(รวมทั้งสามเณร) ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น   
                         ทุนการศึกษา
4.3   เพื่อเป็นสื่อกลางในการสงเคราะห์และให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสและผู้กำลังเผชิญปัญหาความทุกข์ยากต่างๆ เช่น จัดอาหารกลางวันสำหรับเด็กขาดแคลน เป็นต้น
4.4   ส่งเสริมการศึกษาวิจัยรวมทั้งเผยแพร่ผลงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในระดับท้องถิ่น
4.5   เพื่อดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ  เพื่อสาธารณประโยชน์ 
4.6   ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
 
หมวดที่  3
ทุนทรัพย์  ทรัพย์สิน  และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน
 
ข้อ 5.        ทรัพย์สินของมูลนิธิมีทุนเริ่มแรก  คือ
                  5.1 เงินสด จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
                  5.2 ที่ดิน  (ถ้ามี)  โฉนดเลขที่          -       รวมเป็นราคาทรัพย์สินทั้งสิ้น     -       (         -           )
                         (ถ้าเป็นเงินสดต้องมีกองทุนไม่น้อยกว่า   500,000  บาท)  ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่นต้องมีเงิน
                         สดไม่น้อยกว่า  250,000  บาท  ยกเว้นมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสังคมสงเคราะห์ 
                        ส่งเสริมการศึกษา  การกีฬา  ศาสนา  สาธารณภัย  และเพื่อการบำบัดรักษา  ค้นคว้า 
                         ป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด  เอดส์  หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐ  ยังคงใช้
                        หลักเกณฑ์เดิม  คือกองทุน      ไม่ต่ำกว่า  200,000  บาท  หนังสือกระรวงมหาดไทย  ที่  มท 
                         0402 / ว 2073  ลงวันที่  18  ธันวาคม  2534)
ข้อ 6.        มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีต่อไปนี้
                6.1 เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพัน
                         ให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด
                   6.2 เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้
                   6.3 ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ
 
หมวดที่  4
คุณสมบัติ และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
 
ข้อ 7.        กรรมการของมูลนิธิต้องมีคุณสมบัติดังนี้
                   7.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า  20  ปีบริบูรณ์
                   7.1 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ  หรือเสมือนไร้ความสามารถ
                   7.3 ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาจำคุก  เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 8.        กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่ง  เมื่อ
                   8.1 ถึงคราวออกตามวาระ
                   8.2 ตายหรือลาออก
                   8.3 ขาดคุณสมบัติตามตราสาร  7
                   8.4 เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสีย  และคณะกรรมการมูลนิธิมีมติให้ออก
                       โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิ
 
หมวดที่  5
การดำเนินงานของคณะกรรมการมูลนิธิ
 
ข้อ 9.       มูลนิธิดำเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิ  มีจำนวนไม่น้อยกว่า  9  คนแต่ไม่เกิน 15  คน
                  ประกอบด้วยประธานกรรมการมูลนิธิ  รองประธานกรรมการมูลนิธิ  เลขานุการมูลนิธิ    
                  เหรัญญิก  และตำแหน่งอื่น ๆ  ตามจำนวนที่เห็นสมควร
ข้อ 10.      ในวาระเริ่มแรกให้คณะกรรมการผู้เริ่มการจัดตั้งเป็นมูลนิธิเป็นผู้เลือกตั้งคณะกรรมการ
                  ดำเนินงานของมูลนิธิขึ้นคณะหนึ่ง  ประกอบด้วย  ประธานกรรมการมูลนิธิ  และกรรมการ
                  อื่นๆ  ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามตราสาร
ข้อ 11       วิธีเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิให้ปฏิบัติดังนี้
                   ให้คณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่เลือกตั้งประธานกรรมการมูลนิธิและกรรมการ 
                  อื่นๆ  ตามจำนวนที่เห็นควรตามตราสาร
ข้อ 12.      กรรมการดำเนินงานมูลนิธิอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี 
ข้อ 13.      เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินงานของมูลนิธิได้เป็นไปโดยติดต่อกันเมื่อคณะกรมการ
                  ดำเนินงานของมูลนิธิปฏิบัติหน้าที่ครบ  2  ปี (ครึ่งหนึ่งของวาระการดำรงตำแหน่ง)  ให้มีการ
                  จับสลากออกไปหนึ่งในสองของจำนวนกรรมการมูลนิธิที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการดำเนินงาน
                  ของมูลนิธิครั้งแรก  และให้ถือว่าเป็นการออกตามวาระ
ข้อ 14       การเลือกตั้งคณะกรรมการมูลนิธิ ให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเป็น
                  มติ ของที่ประชุม
ข้อ 15.      กรรมการมูลนิธิพ้นจากตำแหน่งตามวาระหรือกาจับสลากในวาระแรก  อาจได้รับเลือกเข้าเป็น
                  กรรมการมูลนิธิได้อีก
ข้อ 16.      ถ้าตำแหน่งกรรมการมูลนิธิว่างลง  ให้คณะกรรมการของมูลนิธิที่เหลืออยู่ตั้งบุคคลอื่นเป็น
                  กรรมการมูลนิธิแทนตำแหน่งที่ว่าง  กรรมการมูลนิธิผู้ได้รับการตั้งซ่อมให้อยู่ในตำแหน่งเท่า
                  วาระของผู้ที่ตนแทน
หมวดที่  6
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมูลนิธิ
 
ข้อ 17.      คณะกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิ  ตามวัตถุประสงค์ของ
                  มูลนิธิและภายใต้ข้อบังคับตราสารนี้  ให้มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ  ดังต่อไปนี้
                   17.1   กำหนดนโยบายของมูลนิธิ  และดำเนินการตามนโยบายนั้น
                   17.2   ควบคุมการเงินและทรัพย์ต่าง ๆ  ของมูลนิธิ
                   17.3   เสนอรายงานกิจการ  รายงานการเงิน  และบัญชีงบดุล  รายได้ - รายจ่าย ต่อ 
                                  กระทรวงมหาดไทย
                   17.4   ดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิและวัตถุประสงค์ของตรา
                               สารนี้
                   17.5   ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจการมูลนิธิ
                   17.6   แต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง  หรือหลายคณะ เพื่อดำเนินการ
                               เฉพาะอย่างของมูลนิธิ  ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ
                   17.7   เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ  หรือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้มูลนิธิเป็นพิเศษ  เป็นกรรมการ
                               กิตติมศักดิ์
                   17.8   เชิญผู้ทรงเกียรติเป็นผู้อุปถัมภ์มูลนิธิ
                   17.9   เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ
                   17.10  แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ  มติให้ดำเนินการตามข้อ 17.7, 17.8
                               และ 17.9  ต้องเป็นมติเสียงข้างมากของที่ประชุม และที่ปรึกษา  ตามข้อ 17.9
                               ย่อมเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิที่เชิญเท่านั้น
ข้อ 18.      ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
                   18.1   เป็นประธานของการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
                   18.2   สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
                   18.3   เป็นผู้แทนของมูลนิธิในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และในการทำนิติกรรมใดๆ  ของ
                               มูลนิธิหรือลงลายมือในเอกสาร  ตราสาร  และสรรพหนังสือ อันเป็นหลักฐานของ
                               มูลนิธิและในการอรรถคดีนั้น  เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิหรือผู้ทำการแทนและ
                               กรรมการมูลนิธิ  2  คน  ได้ลงลายมือชื่อแล้วจึงเป็นอันใช้ได้
                   18.4   ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามตราสาร  และมติของคณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 19.      ให้รองประธานกรรมการมูลนิธิ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ  เมื่อประธานไม่
                  สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายให้ทำการแทน
 
ข้อ 20.      ถ้าประธานกรรมการมูลนิธิและรองประธารกรรมการมูลนิธิ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการ
                  ประชุมคราวหนึ่งคราวใด ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่ง เป็นประธาน 
                  สำหรับการประชุมคราวนั้น
ข้อ 21.      เลขานุการมูลนิธิมีหน้าที่ควบคุมกิจการ  และดำเนินการประจำของมูลนิธิ  ติดต่อประสานงาน
                  ทั่วไป  รักษาระเบียบข้อบังคับของมูลนิธิ  นัดประชุมกรรมการตามคำสั่งของประธาน
                  กรรมการมูลนิธิ และทำรายงานการประชุม ตลอดจนรายงานกิจการมูลนิธิ
ข้อ 22.      เหรัญญิก มีหน้าที่ควบคุมการเงิน ทรัพย์ของมูลนิธิ  ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้
                  ถูกต้อง และเป็นตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด
ข้อ 23.      สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ  ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด โดยทำเป็น
                  คำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน
ข้อ 24.      คณะกรรมการมูลนิธิมีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมกรรมการ หรืออนุกรรมการอื่นๆ ของมูลนิธิได้
 
หมวดที่  7
อนุกรรมการ
 
ข้อ 25.      คณะกรรมการมูลนิธิอาจแต่งตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการได้ตามความเหมาะสม โดยอาจจะ
                  แต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการประจำ หรือเพื่อการใดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราวใดก็ได้ และใน
                  กรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไม่ได้แต่งตั้งประธานอนุกรรมการ เลขานุการ หรืออนุกรรมการ
                  ในตำแหน่งอื่นไว้ ก็ให้อนุกรรมการและคณะแต่งตั้งกันเองดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้
ข้อ 26.      อนุกรรมการอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะเสร็จงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำ  ส่วน
                  คณะอนุกรรมการประจำอยู่ในตำแหน่งตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด  ซึ่งถ้ามิได้
                  กำหนดไว้ก็ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง และ
                  อนุกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
                   ข้อ 26.1   อนุกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมาย
                   ข้อ 26. 2   อนุกรรมการมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการมูลนิธิเกี่ยวกับงานที่ได้รับ
                                     มอบหมาย
 
หมวดที่  8
การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
 
ข้อ 27.      คณะกรรมการมูลนิธิจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีทุก ๆ ปีภายในเดือน  เมษายน 
                  ของทุกปีและต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
                  จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 28.      การประชุมวิสามัญอาจมีได้ในเมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิ
                  ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แสดงความประสงค์ไปยังประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ทำการแทน   
                  ขอให้มีการประชุม ก็ให้เรียกประชุมวิสามัญได้ 
ข้อ 29.      กำหนดการประชุมและองค์ประชุมของคณะอนุกรรมการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ
                  มูลนิธิกำหนดซึ่งถ้ามิได้กำหนดไว้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกำหนดการประชุม  ให้
                  คณะอนุกรรมการตกลงกันเอง และในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประชุมให้ใช้ข้อ  27 บังคับโดย
                  อนุโลม
ข้อ 30.      ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ  หากมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้
                   เป็นอย่างอื่นมติของที่ประชุมให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก  ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน
                  ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด  กิจการใดที่เป็นงานประจำหรือเป็นกิจการเล็กน้อย
                  ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจสั่งให้ใช้วิธีสอบถามมติทางหนังสือแทนการเรียกประชุม
                   คณะกรรมการมูลนิธิ  แต่ประธานกรรมการมูลนิธิต้องรายงานต่อที่ประชุม  คณะกรรมการ
                  มูลนิธิในคราวต่อไป  ถึงมติและกิจการที่ได้ดำเนินการไปตามมตินั้น  กิจการใดเป็นงาน
                  ประจำ หรือเป็นกิจการเล็กน้อย  หรือไม่ยอมอยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 31.      ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ ประธานกรรมการมูลนิธิหรือ  
                  ประธานที่ประชุม มีอำนาจเชิญหรืออนุญาตให้บุคคลที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุม ในฐานะ
                  แขกผู้มีเกียรติหรือผู้สังเกตการณ์ หรือเพื่อชี้แจง หรือเพื่อให้คำปรึกษาแก่ที่ประชุมได้
 
หมวดที่ 9
การเงิน
 
ข้อ 32.      ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธิในกรณีทำหน้าที่แทน มีอำนาจ
                  สั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน  1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ถ้าเกินจำนวนดังกล่าวต้องได้รับ
                  อนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก  เว้นแต่กรณีจำเป็นและเร่งด่วน ให้อยู่ใน
                  ดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติให้จ่ายได้  แล้วต้องรายงานให้คณะกรรมการ
                  มูลนิธิทราบในการประชุมคราวต่อไป
ข้อ 33.      เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน)
ข้อ 34.      เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ์ ต้องนำฝากไว้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นใด
                  ที่รัฐบาลให้การค้ำประกัน  แล้วแต่คณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควร
ข้อ 35.      การสั่งจ่ายเงินโดยใช้เช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน จะต้องมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมูลนิธิ
                  หรือผู้ทำการแทน กับเลขานุการหรือเหรัญญิกลงนามทุกครั้ง จึงจะเบิกจ่ายได้
 
ข้อ 36.      การใช้จ่ายเงินของมูลนิธิ  ให้จ่ายเพียงดอกผลอันเกิดจากการทรัพย์สินที่เป็นทุนของมูลนิธิ
                  และเงินที่มีผู้บริจาคมิได้แสดงเจตนาให้เป็นเงินสมทบทุนโดยเฉพาะ
ข้อ 37.      ให้คณะกรรมการมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชีและทรัพย์สินของมูลนิธิ
                  ตลอดจนกำหนด อำนาจหน้าที่ต่างๆ เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ใน
                  ข้อบังคับ
ข้อ 38.      ให้มีผู้สอบบัญชีมูลนิธิ  ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิเห็นชอบและแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมิใช่
                  คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของมูลนิธิ  โดยจะให้ดำรงตำแหน่งกิตติมศักดิ์  หรือได้รับ
                  ค่าตอบแทนอย่างไร  สุดแต่ที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิกำหนด
ข้อ 39.      ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบบัญชีของมูลนิธิ  และรับรองบัญชีงบดุลประจำปีคณะกรรมการ
                  มูลนิธิจะต้องรายงานต่อกระทรวงมหาดไทย  ผู้สอบบัญชีมีสิทธิ์ตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่
                  เกี่ยวข้อง  ตลอดจนสอบถามกรรมการมูลนิธิในเรื่องใดๆ  ที่เกี่ยวกับการเงิน  การบัญชี  และ
                  เอกสารดังกล่าวได้
 
หมวดที่  10
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ
 
ข้อ 40.      การแก้ไขเพิ่มเติมตราสารจะกระทำได้ โดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งต้องมี
                  กรรมการมูลนิธิเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และมติให้แก้ไข
                  หรือเพิ่มเติมตราสารต้องประกอบด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวน
                  กรรมการที่เข้าประชุม
หมวดที่  11
การเลิกมูลนิธิ
 
ข้อ 41.      ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปโดยมติของคณะกรรมการหรือโดยเหตุใดก็ตาม  ทรัพย์สินทั้งหมดของ
                  มูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่  มูลนิธิการประถมศึกษาอำเภออุทุมพรพิสัย  
ข้อ 42.      การสิ้นสุดของมูลนิธินั้นนอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิ
                  ต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุต่อไปนี้
                   42.1    เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้วไม่ได้รับทรัพย์ตาม
                               คำมั่นสัญญาเต็มจำนวน
                   42.2    เมื่อกรรมการมูลนิธิจำนวนสองในสามมีมติให้ยกเลิก
                   42.3    เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่กำหนดไว้ในตราสาร
                   42.4    เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ไม่ว่าเหตุใดๆ
 
หมวดที่  12
บทเบ็ดเตล็ด
 
ข้อ 43.      การตีความในตราสารของมูลนิธิ หากเป็นที่สงสัยให้คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก
                  ของจำนวนกรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 44.      ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมูลนิธิมาใช้บังคับ   ในเมื่อ
                  ตราสารของมูลนิธิมิได้กำหนดไว้
ข้อ 45.      มูลนิธิจะต้องไม่ทำการค้ากำไรและจะต้องไม่ดำเนินการนอกเหนือไปจากตราสารที่กำหนดไว้
 
 
 
ลงนาม           เขียน   ไชยปัญญา    ผู้จัดทำตราสาร
                                                                               (นายเขียน   ไชยปัญญา)
                                                                                      ตำแหน่ง   ประธานมูลนิธิ
 
 
สำเนาตราสารฉบับนี้ได้รับอนุญาตให้
จดทะเบียนเลขลำดับที่   3332
ว่าที่  ร.ต.  ณรงค์   สุจริต
               (ณรงค์   สุจริต)
     แทนผู้อำนวยการกองการทะเบียน