[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนบ้านอี่หล่ำ(ราษฎร์นุสรณ์)
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
บุกช่วยหญิงถูกขังในบ้าน สามีอ้างเมียป่วยซึมเศร้า หวั่นทำร้ายตัวเอง(24 ส.ค. 2562, 16:12) พ่อ "ส.ท." เป็นศพในรถ ตามหาลูกจนป่วยเสียชีวิต ไม่ทิ้งปมอุบัติเหตุ-ฆาตกรรม(24 ส.ค. 2562, 16:10) “กอร์ปศักดิ์” ติง เเผนเงินกู้รัฐบาล 4 ปี กู้เงินปิดหีบ 2 ล้านล้าน (24 ส.ค. 2562, 16:07) มาดู ครูก้อย ภรรยา เจมส์ ตอบคำถามคนดราม่าหาว่าอวดลูกเวอร์เกินเหตุ(24 ส.ค. 2562, 16:02) "ปัทมา" สุดปลื้ม ขนไก่ไทยสร้างประวัติศาสตร์ในศึกชิงแชมป์โลก (24 ส.ค. 2562, 16:00) เก๋งนั่งอัด 8 คน กลับจากกดเงินบัตรคนจน แหกโค้ง หวิดเกิดเหตุสลด(24 ส.ค. 2562, 15:50) วิธีซ่อมบลัชออนแตก : MIRROR Beauty Solution(24 ส.ค. 2562, 15:45) "เทพไท" กระทุ้ง ปชป.แก้ รธน.ตามเงื่อนไขร่วมรัฐบาล(24 ส.ค. 2562, 15:31) "ระวี"ยัน พลังธรรมใหม่ ไม่ยุบรวม พปชร. ลั่น ขอเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล(24 ส.ค. 2562, 15:21) ชมไฮไลต์ "ชนาคุง" เกมซัปโปโรเปิดบ้านเจ๊าเอฟซี โตเกียว(คลิป)(24 ส.ค. 2562, 15:20) เปิดความรัก หนุ่มอาสาดูแล "สาวพิการ" ที่รู้จักผ่านแชต สัญญาจะดูแลตลอดไป(24 ส.ค. 2562, 15:20) 5โจรแต่งกายคล้ายทหาร ควงอาวุธสงคราม บุกปล้นร้านทอง กวาดไปเกือบหมด(24 ส.ค. 2562, 15:12) เกาหลีใต้สุดกังวล ‘คิม’ ไม่หายโกรธ สั่งยิงขีปนาวุธครั้งที่ 7 ตกตูมในทะเล(24 ส.ค. 2562, 15:11) ลูกจ้างสถานคุ้มครองฯเด็ก ควบกระบะเข้าเวรวันหยุด ชนต้นไม้ คอหักตาย(24 ส.ค. 2562, 15:06) "กมลวรรณ" สุดเฮง ขยับติดท็อป 50 โลก ซิวตั๋วแล่นใบอลป.2020(24 ส.ค. 2562, 14:50) แม้แต่ มิว ยังเป็นห่วง แต้ว โพสต์รูปไปเที่ยว แต่โดนติงเรื่องความผอม(24 ส.ค. 2562, 14:45) เทนนิสไทยตั้งเป้า 5 ทองซีเกมส์ “แทมมี่-ลัก” พร้อมลุย(24 ส.ค. 2562, 14:30) เร่งกำจัดมาลาเรีย(24 ส.ค. 2562, 14:25) "เอเมรี" ชูมือหนุน เชื่อ VAR ส่งผลดีต่อพรีเมียร์ลีก (คลิป)(24 ส.ค. 2562, 14:00) เตรียมแจ้งข้อหา “ขับรถประมาท” คนขับรถตู้พัชรวาท เอื้อมชาร์จมือถือ(24 ส.ค. 2562, 14:00)
เมนูหลัก
เว็บหน่วยราชการ
e-Learning

เว็บไซต์หน่วยงาน ราชการ
ค้นหาจาก google
เตรียมประเมินวิทยฐานะ
ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันปั๊ม ปตท. วันนี้

  
กองทุนสวัสดิการตำบลอี่หล่ำ  
 

ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ
อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัดศรีสะเกษ
(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๓)
--------------------
หมวด ๑
ข้อความทั่วไป
 
ข้อ ๑   กองทุนนี้เรียกว่า “กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ”
          ข้อ ๒. เครื่องหมายของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ  คือ  ดอกอี่หล่ำอยู่กลางมีวงรีล้อมรอบ
มีชื่อ “กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ” อยู่ด้านบน มี อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ อยู่ด้านล่าง ดังภาพ
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ

อ.อุทุมพรพิสัย  จ.ศรีสะเกษ
 
 
 
 
 

ข้อ ๓   สำนักงานกองทุนตั้งอยู่ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลอี่หล่ำ  อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัด
ศรีสะเกษ  โดยมีศูนย์ประสานงาน ดังนี้
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๒ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการกำนันตำบลอี่หล่ำ
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๓ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๔ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๔
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๕ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๖ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๗ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๗
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๘ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๘
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๙ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๐
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๑ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๑
          ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๒ ตำบลอี่หล่ำ  ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๒
 
ข้อ ๔   ในระเบียบนี้
          “กองทุน”  หมายถึง  กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ
          “สำนักงานกองทุน”  หมายถึง  ที่ทำการกลางกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ ตั้งอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลอี่หล่ำ  อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัดศรีสะเกษ
          “ศูนย์ประสานงาน”  หมายถึง  หน่วยปฏิบัติการแต่ละหมู่บ้าน ในตำบลอี่หล่ำ
          “สมาชิก”  หมายถึง  บุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ
          “คณะกรรมการ”  หมายถึง  คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ
          “เงินสัจจะ”  หมายถึง  เงินที่สมาชิกตกลงที่จะนำส่งกองทุน  โดยไม่ใช่เงินสะสมของสมาชิก
จะเรียกคืนไม่ได้  ยกเว้นกรณีสมาชิกลาออกเท่านั้น
 
ข้อ ๕   ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่ วันประกาศเป็นต้นไป
 
หมวด ๒
กองทุนสวัสดิการ
 
ข้อ ๖   วัตถุประสงค์ของกองทุน
          (๑)  ส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักออมเงินเพื่อแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
          (๒)  เพื่อจัดสวัสดิการแก่สมาชิกตลอดชีวิต ในเรื่องการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย
          (๓)  เพื่อให้เกิดคุณธรรม ความสามัคคี มีน้ำใจ ร่วมกันแก้ไขปัญหา สร้างสัมพันธภาพที่ดี
แก่สมาชิกและชุมชน
          (๔)   เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง มีองค์กรที่คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดความเดือดร้อนหรือจำเป็น
          (๕)   กองทุนนี้ไม่ดำเนินการเพื่อแสวงหาผลกำไรสูงสุดทางทรัพย์สิน แต่ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก
 
ข้อ ๗  ที่มาของเงินและทรัพย์สินของกองทุน  ประกอบด้วย
          (๑)  เงินที่ได้รับจากการฝากสัจจะวันละ ๑ บาท ของสมาชิก
          (๒)  เงินและทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุนอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          (๓)  เงินและทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ/เอกชนอื่น
          (๔)   เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับบริจาคโดยปราศจากเงื่อนไขหรือข้อผูกพันใดๆ
          (๕)   ดอกผล หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
 
หมวด ๓
สมาชิกกองทุน
 
ข้อ ๘   คุณสมบัติของสมาชิก
(๑)      สมาชิกสามัญ - เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตำบลอี่หล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย
จังหวัดศรีสะเกษ
                 สมาชิกสมทบ - เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตำบลอื่น แต่มีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด หรือหลายข้อ ดังนี้
                   ๑.๑ มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตตำบลอี่หล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัดศรีสะเกษ
                   ๑.๒ เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือทายาท ของผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตำบลอี่หล่ำ
                   ๑.๓ เป็นข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของหน่วยงาน/องค์กรในพื้นที่
ตำบลอี่หล่ำ
                   ๑.๔ เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือทายาท ของบุคคลในข้อ ๑.๓
          (๒)  ไม่จำกัดอายุ เพศ วัย อาชีพ และสถานภาพ
          (๓)  เป็นผู้ที่พร้อมจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกองทุน
          (๔)   เป็นผู้ที่คณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานเห็นชอบให้เข้าเป็นสมาชิก
          (๕)   มีจิตสาธารณะ ซื่อสัตย์สุจริต รักษาสัจจะ มีความเมตตาเอื้ออาทรแก่เพื่อนมนุษย์
 
ข้อ ๙   การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
          (๑)  ผู้ที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ ๘ สามารถยื่นความจำนงหรือสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้ โดยยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกกองทุน พร้อมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครและผู้รับผลประโยชน์ ที่สำนักงานกองทุนหรือศูนย์ประสานงานที่สะดวก
          (๒)  เมื่อคณะกรรมการรับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าเป็นสมาชิกโดยชอบธรรม ผู้สมัครสมาชิกจะต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า ๒๐ บาท และค่าสัจจะล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ เดือน
 
ข้อ ๑๐ การส่งเงินสัจจะของสมาชิก
          (๑)  สมาชิกต้องออมเงินสัจจะวันละ ๑ บาท ต่อคน
          (๒)  สมาชิกต้องนำเงินสัจจะมาส่งให้คณะกรรมการ ณ ศูนย์ประสานงานที่ตนสมัคร
ในครั้งแรก ทุกวันที่ ๑ ของเดือน จำนวนเงินสัจจะขึ้นอยู่กับจำนวนวันในแต่ละเดือน
          (๓)  สมาชิกจะต้องนำส่งเงินสัจจะเป็นประจำทุกเดือน จนกระทั่งเสียชีวิตหรือลาออก
          (๔)   หากสมาชิกขาดส่งสัจจะในเดือนใด จะต้องนำส่งย้อนหลังพร้อมกับเดือนถัดไป ทั้งนี้
ยังได้รับสวัสดิการตามปกติ  ยกเว้นกรณีขาดส่งสัจจะติดต่อกัน ๓ เดือน
          (๕)   หากสมาชิกยื่นความจำนงขอลาออกและได้รับอนุมัติ กองทุนจะคืนเงินให้เท่ากับจำนวนที่ส่งสัจจะทั้งหมด โดยหักจำนวนเงินสวัสดิการที่ได้จ่ายไปแล้ว
 
ข้อ ๑๑ สมาชิกพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกตามเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
          (๑)  ตาย
          (๒)  ลาออกและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ลาออก
          (๓)  ขาดส่งเงินสัจจะติดต่อกันเป็นเวลา ๓ เดือน โดยไม่คืนเงินสัจจะสะสม
          (๔)   ที่ประชุมใหญ่สมาชิก มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของผู้ร่วมประชุม
          (๕)   จงใจฝ่าฝืนระเบียบกองทุน หรือแสดงตนเป็นปรปักษ์หรือไม่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือหรือร่วมมือกับกองทุนไม่ว่าด้วยประการใด
          (๖)   จงใจแจ้งเหตุอันเป็นเท็จเพื่อหวังรับสวัสดิการ ทั้งนี้จะต้องชดใช้เงินสวัสดิการที่ได้รับไปในกรณีแจ้งเหตุอันเป็นเท็จนั้นทั้งหมด และจะไม่คืนเงินสัจจะสะสม
          (๗)  มีลักษณะและ/หรือคุณสมบัติไม่ตรงกับ ข้อ ๘
 
ข้อ ๑๒  ผู้ที่ขาดจากการเป็นสมาชิกภาพ  อาจยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ที่ขาดจากการเป็นสมาชิกติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๒ ปี
 
ข้อ ๑๓  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้
          (๑)  ระบุรายชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้ในใบสมัคร
          (๒)  เข้าร่วมประชุมใหญ่สมาชิกกองทุน และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทุกครั้ง
          (๓)  ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของกองทุน
          (๔)   ขอตรวจสอบบัญชีและเอกสารกองทุน เพื่อทราบการดำเนินงานกิจการของกองทุน
          (๕)   แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของกองทุนต่อคณะกรรมการ  และมีสิทธิเรียกร้องให้คณะกรรมการกระทำหรืองดเว้นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของกองทุน
          (๖)   ต้องนำเงินออมมาให้คณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานแต่ละหมู่บ้านทุกเดือน
          (๗)  เก็บรักษาสมุดเงินฝากสัจจะ หรือหนังสือสำคัญอื่นใดที่กองทุนออกให้ไว้  ถ้าเกิดสูญหายให้รีบแจ้งให้คณะกรรมการทราบทันที
          (๘)  เมื่อมีการย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ นามสกุล แก้ไข วัน เดือน ปี เกิด เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์  หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใด ให้แจ้งต่อคณะกรรมการกองทุน ภายใน ๖๐ วัน
          (๙)  เมื่อมีเหตุอันพึงได้รับสวัสดิการ ให้แจ้งต่อคณะกรรมการ ณ ศูนย์ประสานงานแต่ละหมู่บ้านที่ได้สมัครในครั้งแรก ภายใน ๓๐ วัน
 
หมวด ๔
คณะกรรมการกองทุน
 
ข้อ ๑๔  คณะกรรมการกองทุน  ประกอบด้วย บุคคลอย่างน้อย ๑๕ คน แต่ไม่เกิน ๓๐ คน ประกอบด้วย
          (๑)  นายกองค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาลอี่หล่ำ  เป็นประธานกรรมการ
          (๒)  ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่  จำนวน ๒ คน  เป็นรองประธาน
          (๓)  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาลอี่หล่ำ จำนวน ๒ คน เป็นกรรมการ
          (๔)  ประธานศูนย์ประสานงานประจำหมู่บ้านทุกศูนย์  จำนวน ๑๒ คน เป็นกรรมการ
          (๕)  ผู้แทน อสม. ที่คัดเลือกกันเอง จำนวน ๒ คน เป็นกรรมการ
          (๖)  ผู้แทนกองทุนพัฒนาสตรีตำบลอี่หล่ำ จำนวน ๒ คน เป็นกรรมการ
          (๗)  ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาลอี่หล่ำ เป็นกรรมการและเลขานุการ
          (๘)  เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาลอี่หล่ำ จำนวน ๒ คน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
          ให้คณะกรรมการเลือกตำแหน่งดังนี้ เหรัญญิก  ผู้ช่วยเหรัญญิก  กรรมการฝ่ายทะเบียน  กรรมการฝ่ายสวัสดิการ  กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์  และกรรมการฝ่ายตรวจสอบภายใน
                   ให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านเป็นประธานศูนย์ประสานงานประจำหมู่บ้านโดยตำแหน่งและคัดเลือกตัวแทน อสม.แต่ละหมู่บ้านเป็นกรรมการประจำศูนย์ประสานงาน ๑ คน และเลือกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลอี่หล่ำในหมู่บ้านนั้น จำนวน ๑ คน เป็นกรรมการศูนย์ประสานงานในแต่ละหมู่บ้าน
          (๙)  ที่ปรึกษา  ได้แก่  ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาล กำนัน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอี่หล่ำ ผู้บริหารสถานศึกษาในตำบลอี่หล่ำ  และเจ้าคณะตำบลอี่หล่ำ
 
ข้อ ๑๕  กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ ๒ ปี  กรรมการกองทุนที่พ้นออกจากตำแหน่งตามวาระ  อาจได้รับคัดเลือกอีกได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสามในสี่ของจำนวนสมาชิกเข้าร่วมประชุม  และกรรมการผู้ได้รับคัดเลือกยินยอม
          กรณีคณะกรรมการพ้นตำแหน่งก่อนวาระ ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้คณะกรรมการมีมติแต่งตั้งเพิ่มเติม  โดยให้สามารถดำรงตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลือของผู้พ้นตำแหน่งนั้น เว้นแต่ระยะเวลาเหลือไม่เกิน ๙๐ วัน จะไม่แต่งตั้งก็ได้
 
ข้อ ๑๖  คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
          (๑)  บริหารกองทุน รวมทั้งตรวจสอบ กำกับ ดูแล รายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
          (๒)  ออกประกาศ  ระเบียบ  หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารกองทุน
          (๓)  รับสมัครสมาชิก และจัดทำทะเบียนสมาชิก
          (๔)   พิจารณาเงินกู้ยืมให้แก่สมาชิก  ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด
          (๕)   ทำนิติกรรม  สัญญา  หรือดำเนินการเกี่ยวกับภาระผูกพันของกองทุน
          (๖)   จัดทำบัญชีของกองทุนตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่ยอมรับโดยทั่วไป
          (๗) จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกที่พึงได้รับตามสิทธิ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร 
          (๘) ติดตามและประเมินผลการดำเนินการของกองทุน
          (๙) รายงานผลการดำเนินงาน  ปัญหาและอุปสรรค  รวมทั้งฐานะการเงินของกองทุนให้สมาชิกทราบ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งติดประกาศในที่สาธารณะ
          (๑๐) ดำเนินการอื่นใดเพื่อผลประโยชน์ของกองทุนและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
 
ข้อ ๑๗  คณะกรรมการกองทุนพ้นจากวาระเมื่อ
          (๑)  ตาย
          (๒)  ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการ และได้รับอนุมัติให้ลาออก
          (๓)  พ้นสภาพการเป็นสมาชิกกองทุน
          (๔)   ครบวาระ
          (๕)   มีความผิดต้องโทษตามกฎหมาย
          (๖)   ที่ประชุมคณะกรรมการ มีมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียง ๓ ใน ๔ ของคณะกรรมการทั้งหมด
          (๗)  ที่ประชุมสมาชิก มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
 
 
หมวด ๕
สวัสดิการ
 
ข้อ ๑๘  สมาชิกจะได้รับสวัสดิการ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้
          (๑)  ต้องออมเงินครบระยะเวลา ๑๘๐ วัน นับจากวันที่คณะกรรมการรับเข้าเป็นสมาชิก  หากออมไม่ครบระยะเวลาแล้วเสียชีวิต จะได้รับเงินสัจจะสะสมคืน เท่ากับที่ส่งชำระมาแล้วเท่านั้น
          (๒)  จัดทำเอกสารการขอรับสวัสดิการครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อ และคณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานลงชื่อให้การรับรอง
 
ข้อ ๑๙  สมาชิกจะได้รับสวัสดิการ ในกรณีต่อไปนี้
          (๑)  เกี่ยวกับการเกิด
                 - สมาชิกคลอดบุตร (ครอบคลุมถึงสมาชิกไม่ว่าจะเป็นบิดาหรือมารดาเด็ก) แล้วบุตรนั้นมีชีวิต ตั้งแต่ ๑ ชั่วโมงขึ้นไป จะได้รับสวัสดิการเงินรับขวัญสำหรับเด็ก จำนวนเงิน ๕๐๐ บาทต่อคน ปีละไม่เกิน ๑ ครั้ง
                 - มารดาของเด็กหากเป็นสมาชิก จะได้รับค่านอนโรงพยาบาลจากการคลอดบุตร จำนวนเงิน ๑๐๐ บาทต่อคืน ตามที่อยู่จริงแต่ไม่เกิน ๕ คืน ปีละไม่เกิน ๑ ครั้ง
          (๒)  เกี่ยวกับการแก่  เมื่อสมาชิกอายุครบ ๖๐ ปี จะได้รับเงินบำนาญตามอายุการเป็นสมาชิกเป็นประจำทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต ดังนี้
                 - ออมครบ ๕ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๑๕๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๐ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๒๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๕ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๓๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๒๐ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๔๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๒๕ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๓๐ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๖๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๓๕ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๗๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๔๐ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๘๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๔๕ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๙๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๕๐ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๕๕ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๑,๑๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๖๐ ปี  อายุครบ ๖๐ ปี  ได้บำนาญเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท
                 กรณีสมัครสมาชิก เมื่ออายุ ๖๐ ปีขึ้นไป เมื่อเป็นสมาชิกครบ ๕ ปี จะได้รับเงินบำนาญ เดือนละ ๑๐๐ บาท จนกว่าจะเสียชีวิต
          (๓)  เกี่ยวกับการเจ็บป่วย
                 - เมื่อสมาชิกเจ็บป่วย เป็นเหตุให้ต้องนอนโรงพยาบาล  จะได้รับสวัสดิการ เป็นจำนวนเงิน ๑๐๐ บาทต่อคืน ตามที่อยู่จริง แต่รวมแล้วไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาทต่อปี
          (๔)   เกี่ยวกับการเสียชีวิต  เมื่อเสียชีวิตจะได้รับเงินฌาปนกิจตามอายุการเป็นสมาชิก ดังนี้
                 - ออมครบ ๖ เดือน        แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑ ปี            แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๕,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๒ ปี            แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๗,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๓ ปี             แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๑๐,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๔ ปี             แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๑๒,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๕ ปี             แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๑๕,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๖ ปี             แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๑๗,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๗ ปี            แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒๐,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๘ ปี             แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒๒,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๙ ปี             แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒๕,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๐ ปี           แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒๗,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๑ ปี          แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๓๐,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๒ ปี          เดือนแล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๓๒,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๓ ปี          แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๓๕,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๔ ปี           เดือนแล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๓๗,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๕ ปี           เดือนแล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๔๐,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๖ ปี           เดือนแล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๔๒,๕๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๗ ปี          แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๔๕,๐๐๐ บาท
                 - ออมครบ ๑๘ ปีขึ้นไป    แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๕๐,๐๐๐ บาท
                 กรณี ตายหรือหายสาบสูญไม่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อถือได้ กองทุนจะไม่จ่ายสวัสดิการให้
                 กรณี สมาชิกกระทำอัตวินิบาตกรรมตนเอง (ฆ่าตัวตาย) กองทุนจะไม่จ่ายสวัสดิการให้
          (๕)   สวัสดิการอื่นๆ
                 - ทุนการศึกษา  สมาชิกที่กำลังศึกษาอยู่ มีสิทธิได้รับพิจารณาทุนการศึกษา และเมื่อฝากสัจจะครบทุกรอบ ๕ ปี จะได้รับทุนการศึกษา ๕๐๐ บาท
                 - ผู้ประสบภัย  ประสบอัคคีภัย จะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาทต่อสมาชิกต่อครั้ง ไม่เกิน ๑ ครั้งต่อปี  ประสบวาตภัย จะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาทต่อสมาชิกต่อครั้ง ไม่เกิน ๑ ครั้งต่อปี  ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
                 - เงินกู้ยืม  มีเงินให้สมาชิกกู้ยืม โดยไม่มีดอกเบี้ย ทั้งนี้ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการ
 
ข้อ ๒๐ กรณี ผู้ด้อยโอกาส ที่ได้รับการรับรองจากมติคณะกรรมการกองทุนแล้ว กองทุนจะละเว้นให้ไม่ต้องส่งสัจจะ  และมีสิทธิได้รับสวัสดิการเหมือนกับสมาชิกทั่วไป  ทั้งนี้ จะต้องกำหนดให้กองทุนเป็นผู้รับผลประโยชน์เท่านั้น  เมื่อได้รับสวัสดิการตาม ข้อ ๑๙ (๔) กองทุนจะจ่ายสวัสดิการเงินฌาปนกิจให้ตามความเป็นจริง แต่ไม่เกินตามเงื่อนไขอายุการเป็นสมาชิก
 
หมวด ๖
การบริหารเงินทุนและการบัญชี
 
ข้อ ๒๑ ทรัพย์สินของกองทุนที่เป็นตัวเงิน ให้จัดสรรไว้ดังนี้
          (๑)  ร้อยละ ๗๐  ตั้งเป็นเงินเพื่อจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก 
          (๒)  ร้อยละ ๑๐  ตั้งเป็นกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาและอาชีพ สมาชิกด้อยโอกาส ยากจน หรือประสบอุบัติภัย ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
          (๓)  ร้อยละ ๒๐  ตั้งไว้เพื่อประกันความเสี่ยง และเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
 
ข้อ ๒๒ การดูแลรักษาเงิน  เงินที่รับมาทุกประเภท  ให้เหรัญญิกนำฝากธนาคารทุกรายการ โดยให้สำรองไว้เป็นเงินสด  ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หรือเป็นไปตามมติคณะกรรมการ  โดยให้เหรัญญิกเป็นผู้เก็บรักษา
 
ข้อ ๒๓ ให้มีผู้มีอำนาจทำนิติกรรมฝากถอนเงินฝากธนาคาร จำนวน ๓ คน ประกอบด้วย  ประธาน  เหรัญญิก และเลขานุการ  โดยมีเงื่อนไขสั่งจ่าย ๓ ใน ๓
 
ข้อ ๒๔  ผู้มีอำนาจทำนิติกรรมฝากถอนเงินฝากธนาคาร ๓ ใน ๓ สามารถสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท เดือนละไม่เกิน ๑ ครั้ง  การสั่งจ่ายเงินเกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท จะต้องมีมติที่ประชุมคณะกรรมการเห็นชอบ  เว้นแต่กรณีสั่งจ่ายเพื่อสวัสดิการของสมาชิกที่ระบุไว้ตามระเบียบ
 
ข้อ ๒๕  คณะกรรมการจะต้องจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และรายงานผลการดำเนินงานทุกเดือน พร้อมติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
 
ข้อ ๒๖  คณะกรรมการจะต้องรายงานผลการดำเนินงาน จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย งบแสดงฐานะทางการเงิน งบดุล ตามมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไป และรับรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ แล้วติดประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน ปีละ ๒ ครั้ง คือ ณ  ๓๐ มิถุนายน และ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปี
 
 
 
หมวด ๗

การประชุม

 
ข้อ ๒๗  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุม  ดังนี้
          (๑)  จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ปีละ ๑ ครั้ง
          (๒)  ในกรณีเร่งด่วน  ประธานสามารถเรียกประชุมวิสามัญได้ตามความเหมาะสม
          (๓)  สมาชิกจำนวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมด สามารถเข้าชื่อเสนอขอเปิดประชุมวิสามัญได้
          (๔)   ให้มีการประชุมของคณะกรรมการกองทุน เดือนละ ๑ ครั้ง หรือตามความเหมาะสม
 
ข้อ ๒๘  ผู้เข้าร่วมประชุม เกินครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ที่ต้องเข้าร่วมประชุม ถือว่าครบองค์ประชุม
 
ข้อ ๒๙  สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม มีสิทธิออกเสียงลงมติได้อย่างเท่าเทียม คนละ ๑ เสียง
 
ข้อ ๓๐  กรณีเกิดข้อขัดแย้งใดๆ ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาลงมติ  หากยังไม่สามารถแก้ไขข้อขัดแย้งได้  ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ และให้ถือว่ามติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเป็นอันสิ้นสุด
 
หมวด ๘
การเปลี่ยนแปลงและแก้ไขข้อบังคับ
 
ข้อ ๓๑ ข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยมติของ
ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบ
 
ข้อ ๓๒  คณะกรรมการบริหารสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับได้
เพื่อความเหมาะสมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยไม่กระทบหลักการสำคัญที่จำเป็นต้องอาศัยส่วนร่วมของสมาชิก
 
บรรดาประกาศ  คำสั่ง  ข้อบังคับและระเบียบต่าง ๆ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
ให้ใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบข้อบังคับนี้  ทั้งนี้จนกว่าจะได้มีการแก้ไขหรือยกเลิก
 
ข้อ ๓๓ ให้คณะกรรมการกองทุน  เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
 
ประกาศ  ณ  วันที่   ๑๒   มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๖
 
 
                                                          (ลงชื่อ)
                                                                   (นายวรวุฒิ  บุญทะรา)
                                                   ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอี่หล่ำ