[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนบ้านอี่หล่ำ(ราษฎร์นุสรณ์)
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
โจรไม่กลัวกล้องวงจรปิด เข้าห้องลักเงิน งัดเอาไปด้วยเลย เป็นของแถม (4 ส.ค. 2563, 20:34) ชาวเน็ตแสดงความเสียใจกับสามีสาวกัมพูชา ถูกยิงดับที่บ่อนพระราม 3(4 ส.ค. 2563, 20:33) พบแล้วหนุ่มงมหอย ร่างลอยติดตอม่อสะพาน หลังหญิงจุดธูปเรียกหาศพ(4 ส.ค. 2563, 20:24) สาวๆ ละลายติดโต๊ะ ส่องซิกซ์แพ็กแน่นๆ ของ 4 แข้ง “การท่าเรือ เอฟซี”(4 ส.ค. 2563, 20:20) สื่อเผย แมนยูฯ จ่อปิดดีล "ซานโช" ตกลงสัญญา-ค่าเหนื่อยได้แล้ว(4 ส.ค. 2563, 20:13) อเมริกาอ่วม เฮอริเคน อีซาเอียส ถล่มนอร์ท แคโรไลนา น้ำท่วมหลาย พท.(4 ส.ค. 2563, 20:07) มดดำ คชาภา เล่าเบื้องหลังพร้อมบอกใบ้ใครทำของใส่ จ๊ะ อาร์สยาม (คลิป)(4 ส.ค. 2563, 20:00) หัวหน้าทีม ศก.ปชป.หนุนปรับปรุงภาษีจัดเก็บแพลตฟอร์มต่างชาติ สร้างรายได้รัฐ(4 ส.ค. 2563, 19:56) กสทช.เรียกผู้ประกอบการทีวีมาพูดคุยรับมือ หากศาลฯ มีคำสั่งให้เรียงช่องใหม่(4 ส.ค. 2563, 19:52) อัครเดช นำ กมธ.พาณิชย์ฯ ให้ความรู้ ทรัพย์สินทางปัญญา กันพวกมารีดไถ(4 ส.ค. 2563, 19:51) “บิ๊กตู่” แจ้งกลางวง ครม. 1-2 สัปดาห์นี้ เห็นโฉมหน้า “ประยุทธ์ 2/2”(4 ส.ค. 2563, 19:46) นิพิฏฐ์ คดี "บอส" มีพยานใหม่จริงหรือ เชื่อ "อัยการรอด-ตร.รับเผือกร้อน"(4 ส.ค. 2563, 19:40) เศร้า! สตาร์ทอัพจองตั๋วที่พักท่องเที่ยวออนไลน์เลิกจ้างพนักงาน(4 ส.ค. 2563, 19:36) ชูวิทย์ ปูดมีบิ๊ก ตร.เป็นเจ้าของ "บ่อนออนไลน์" ชี้บ่อนโบราณ กำลังจะตาย(4 ส.ค. 2563, 19:35) "หมู" ได้อัดฉีด 1 แสน ขึ้นมือ 30 ของโลก หลังลิ่วรอบ 2 สอยคิวโลก(4 ส.ค. 2563, 19:30) ตัวอักษร SOS บนทรายช่วยชีวิต นาวิกโยธินติดเกาะ(4 ส.ค. 2563, 19:30) “สมาคมค้ายาสูบไทย” โวย บุหรี่เถื่อน ทะลักช่วงโควิด-19(4 ส.ค. 2563, 19:26) แย่หนัก เจนนี่ หมดความสดชื่นแล้ว ทนายเก้า จ่อฟ้องจริงจัง (4 ส.ค. 2563, 19:24) โควิดดันตลาดขนส่งคึกคัก แฟลช เอ็กซ์เพรส ยิ้มครึ่งปี 63 โต 3 พันเปอร์เซ็นต์(4 ส.ค. 2563, 19:22) 4 เทคนิคคลายเมื่อย แก้ "ออฟฟิศซินโดรม" (4 ส.ค. 2563, 19:14)
เมนูหลัก
เว็บหน่วยราชการ
e-Learning

เว็บไซต์หน่วยงาน ราชการ
ค้นหาจาก google
เตรียมประเมินวิทยฐานะ

  
มูลนิธิศิษย์เก่าฯ  
 

ข้อบังคับ
มูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านอี่หล่ำ
 
หมวดที่  1
ชื่อเครื่องหมายและสำนักงานที่ตั้ง
 
ข้อ 1. มูลนิธิมีชื่อว่า มูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านอี่หล่ำ ย่อว่า  มศล. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า [ THE  EALAM  SCHOOL  ALUMNI”S FOUNDATION ] 
ข้อ 2. เครื่องหมายของมูลนิธิ  คือ  เป็นรูปวงกลมตรงกลางมีรูปเสมาธรรมจักรตอนล่างมีรูปมือประสานกัน  กรอบวงกลมมีรูปดอกอี่หล่ำ  ตามรูปที่ปรากฏด้านล่างนี้

 
 
ข้อ 3. สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่ที่ โรงเรียนบ้านอี่หล่ำ(ราษฎร์นุสรณ์)  หมู่ที่ 1  ตำบลอี่หล่ำ  อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัดศรีสะเกษ  รหัสไปรษณีย์ 33120 โทร 045-919-111
 
หมวดที่  2
วัตถุประสงค์
 
ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของมูลนิธินี้คือ
          4.1    เพื่อสนับสนุนการศึกษาในเขตบริการของโรงเรียนบ้านอี่หล่ำ  หรือนักเรียนที่เข้ามาศึกษาเขตบริการของโรงเรียนบ้านอี่หล่ำ
          4.2    เพื่อพัฒนาและสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านอี่หล่ำ
          4.3    เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น
          4.4    เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ  เพื่อสาธารณประโยชน์ 
          4.5    ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด
 
หมวดที่  3
ทุนทรัพย์  ทรัพย์สิน  และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน
 
ข้อ 5. ทรัพย์สินของมูลนิธิมีทุนเริ่มแรก  คือ
          5.1      เงินสด จำนวน 320,000 บาท (สามแสนสองหมื่นบาทถ้วน)
          5.2      ที่ดิน  (ถ้ามี)  โฉนดเลขที่  -    รวมเป็นราคาทรัพย์สินทั้งสิ้น     -       (           -       )
(ถ้าเป็นเงินสดต้องมีกองทุนไม่น้อยกว่า   500,000  บาท)  ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่นต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า  250,000  บาท  ยกเว้นมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสังคมสงเคราะห์  ส่งเสริมการศึกษา  การกีฬา  ศาสนา  สาธารณภัย  และเพื่อการบำบัดรักษา  ค้นคว้า  ป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด  เอดส์  หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐ  ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม  คือกองทุนไม่ต่ำกว่า  200,000  บาท  หนังสือกระรวงมหาดไทย  ที่  มท  0402 / ว 2073  ลงวันที่  18  ธันวาคม  2534)
ข้อ 6. มูลนิธิอาจได้ซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีดังต่อไปนี้
          6.1    เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ  โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด
          6.2    เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตรศรัทธาบริจาคให้
          6.3    ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ
          6.4    รายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ
 
หมวดที่  4
คุณสมบัติ และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
 
ข้อ 7. กรรมการของมูลนิธิต้องมีคุณสมบัติดังนี้
          7.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
          7.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ  หรือเสมือนไร้ความสามารถ
          7.3 ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาจำคุกเว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดละหุโทษ
ข้อ 8. กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่ง  เมื่อ
          8.1 ถึงคราวออกตามวาระ
          8.2 ตายหรือลาออก
          8.3 ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับ 7
          8.4 เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสียและคณะกรรมการมูลนิธิมีมติให้ออกโดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิ
 
หมวดที่  5
การดำเนินงานของคณะกรรมการมูลนิธิ
 
ข้อ 9. มูลนิธิดำเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิ  มีจำนวนไม่น้อยกว่า 12  คนแต่ไม่เกิน 15  คน
ข้อ 10. คณะกรรมการของมูลนิธิ ประกอบด้วยประธานกรรมการมูลนิธิ  รองประธานกรรมการมูลนิธิ  เลขานุการมูลนิธิ  เหรัญญิก  และกรรมการอื่น ๆ  ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับข้อ 9
ข้อ 11. วิธีเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิให้ปฏิบัติดังนี้
            ให้คณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่เลือกตั้งประธานกรรมการมูลนิธิและกรรมการอื่นๆ  ตามจำนวนที่เห็นควรตามข้อบังคับ
ข้อ 12. กรรมการดำเนินงานมูลนิธิอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี 
ข้อ 13. การเลือกตั้งคณะกรรมการมูลนิธิ ให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเป็นมติของที่ประชุม
ข้อ 14. กรรมการมูลนิธิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ  อาจได้รับเลือกเป็นกรรมการมูลนิธิได้อีก
ข้อ 15. ในกรณีที่กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่ง  ให้กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่กรรมการของมูลนิธิต่อไปจนกว่ามูลนิธิจะได้รับแจ้งการจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิที่ตั้งใหม่
 
หมวดที่  6
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมูลนิธิ
 
ข้อ 16. คณะกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิและภายใต้ข้อบังคับนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ  ดังต่อไปนี้
            16.1 กำหนดนโยบายของมูลนิธิ  และดำเนินการตามนโยบายนั้น
            16.2 ควบคุมการเงินและทรัพย์ต่าง ๆ  ของมูลนิธิ
            16.3 เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงิน  และบัญชีรายรับ - รายจ่าย ต่อนายทะเบียน
            16.4 ดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ  และวัตถุประสงค์ของข้อบังคับนี้
            16.5 ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจการมูลนิธิ
            16.6 แต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง  หรือหลายคณะ เพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างของมูลนิธิ  ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ
            16.7 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ  หรือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้มูลนิธิเป็นพิเศษ  เป็นกรรมการกิตติมศักดิ์
            16.8 เชิญผู้ทรงเกียรติเป็นผู้อุปถัมภ์มูลนิธิ
            16.9 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ
            16.10 แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ประจำของมูลนิธิ  มติให้ดำเนินการตามข้อ 16.7, 16.8 และ 16.9  ต้องเป็นมติเสียงข้างมากของที่ประชุม และที่ปรึกษา  ตามข้อ 16.9 ย่อมเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิที่เชิญเท่านั้น
ข้อ 17. ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
            17.1 เป็นประธานของการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
            17.2 สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
            17.3 เป็นผู้แทนของมูลนิธิในการติดต่อกับบุคคลภายนอก หรือลงลายมือในเอกสารข้อบังคับ และสรรพหนังสือ อันเป็นหลักฐานของมูลนิธิ  เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิหรือกรรมการมูลนิธิผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนได้ลงลายมือชื่อแล้วอันเป็นการใช้ได้
            17.4 ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 18. ให้รองประธานกรรมการมูลนิธิ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายให้ทำการแทน
ข้อ 19. ถ้าประธานกรรมการมูลนิธิและรองประธารกรรมการมูลนิธิ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมคราวหนึ่งคราวใด ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่ง เป็นประธานสำหรับการประชุมคราวนั้น
ข้อ 20. เลขานุการมูลนิธิมีหน้าที่ควบคุมกิจการ  และดำเนินการประชุมของมูลนิธิ  ติดต่อประสานงานทั่วไป  รักษาระเบียบข้อบังคับของมูลนิธิ  นัดประชุมกรรมการตามคำสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิ และทำรายงานการประชุม ตลอดจนรายงานกิจการมูลนิธิ
ข้อ 21. เหรัญญิก มีหน้าที่ควบคุมการเงิน ทรัพย์ของมูลนิธิ  ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง และเป็นตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด        ข้อ 22. สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ  ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด โดยทำเป็นคำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน
ข้อ 23. คณะกรรมการมูลนิธิมีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมกรรมการ หรืออนุกรรมการอื่นๆ
 
หมวดที่  7
อนุกรรมการ
 
ข้อ 24. คณะกรรมการมูลนิธิอาจแต่งตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการได้ตามความเหมาะสม โดยอาจจะแต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการประจำ หรือเพื่อการใดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราวก็ได้ และในกรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไม่ได้แต่งตั้งประธานอนุกรรมการ เลขานุการ หรืออนุกรรมการในตำแหน่งอื่นไว้ ก็ให้อนุกรรมการและคณะแต่งตั้งกันเองดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้
ข้อ 25. อนุกรรมการอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะเสร็จงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำ ส่วนคณะอนุกรรมการประจำอยู่ในตำแหน่งตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด ซึ่งถ้ามิได้กำหนดไว้ก็ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง และอนุกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับแต่งตั้งได้อีก
            ข้อ 25.1  อนุกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมาย
            ข้อ 25. 2 อนุกรรมการมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการมูลนิธิเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย
 
หมวดที่  8
การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
 
ข้อ 26. คณะกรรมการมูลนิธิจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีทุก ๆ ปีภายในเดือนเมษายน  ของทุกปีและต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 27. การประชุมวิสามัญอาจมีได้ในเมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แสดงความประสงค์ไปยังประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ทำการแทน ขอให้มีการประชุม ก็ให้เรียกประชุมวิสามัญได้ 
ข้อ 28. กำหนดการประชุมและองค์ประชุมของคณะกรรมการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนดไว้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชุมให้คณะกรรมการตกลงกันเอง และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์ประชุมให้ใช้ข้อ  27 บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 29. ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ หากมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้ เป็นอย่างอื่น มติในที่ประชุมให้ถือเอาเสียงข้างมาก ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด  กิจการใดที่เป็นงานประจำหรือเป็นกิจการเล็กน้อย ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจสั่งให้ใช้วิธีสอบถามมติทางหนังสือแทนการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ แต่ประธานกรรมการมูลนิธิต้องรายงานต่อที่ประชุม คณะกรรมการมูลนิธิในคราวต่อไป  ถึงมติและกิจการที่ได้ดำเนินการไปตามมตินั้น กิจการใดเป็นงานประจำ หรือเป็นกิจการเล็กน้อย  หรือไม่ยอมอยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 30. ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ ประธานกรรมการมูลนิธิหรือประธานที่ประชุม มีอำนาจเชิญหรืออนุญาตให้บุคคลที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุม ในฐานะแขกผู้มีเกียรติหรือผู้สังเกตการณ์ หรือเพื่อชี้แจง หรือเพื่อให้คำปรึกษาแก่ที่ประชุมได้
 
หมวดที่ 9
การเงิน
 
ข้อ 31. ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธิในกรณีทำหน้าที่แทน มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินจำนวนดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก เว้นแต่กรณีจำเป็นและเร่งด่วน ให้อยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติให้จ่ายได้ แล้วต้องรายงานให้คณะกรรมการมูลนิธิทราบในการประชุมคราวต่อไป
ข้อ 32. เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน)
ข้อ 33. เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ์ ต้องนำฝากไว้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นใด แล้วแต่คณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควร
ข้อ 34. การสั่งจ่ายเงินโดยใช้เช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน จะต้องมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ทำการแทน กับเลขานุการหรือเหรัญญิกลงนามทุกครั้ง จึงเบิกจ่ายได้
ข้อ 35. การใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำสำนักงาน ให้จ่ายเพียงดอกผลอันเกิดจากการทรัพย์สินที่เป็นทุน เงินที่มีผู้บริจาคมิได้แสดงเจตนาให้เป็นเงินสมทบทุนโดยเฉพาะ และรายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ
ข้อ 36. ให้คณะกรรมการมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชีและทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนกำหนด อำนาจหน้าที่ต่างๆ เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ข้อ 37. ให้คณะกรรมการมูลนิธิกำหนดรอบระยะเวลาบัญชี  และจัดทำรายงานสถานะการเงินของมูลนิธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาเสนอต่อที่ประชุมในการประชุมสามัญประจำปี
 
หมวดที่  10
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ
 
ข้อ 38. การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับจะกระทำได้ โดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และการอนุมัติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับต้องประกอบด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนคณะกรรมการที่เข้าประชุม
 
หมวดที่  11
การเลิกมูลนิธิ
 
ข้อ 39. ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปโดยมติของคณะกรรมการหรือโดยเหตุใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่  มูลนิธิคุณแม่บุปผา  ไผทฉันท์  (ให้ใส่ชื่อมูลนิธิหรือนิติบุคคลที่จะได้รับทรัพย์สิน แก่มูลนิธิหรือนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์  ตามมาตรา  110  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)
ข้อ 40. การสิ้นสุดของมูลนิธินั้นนอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุต่อไปนี้
            40.1 เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้วไม่ได้รับทรัพย์ตามคำมั่นเต็มจำนวน
            40.2 เมื่อกรรมการมูลนิธิจำนวนสองในสามมีมติให้ยกเลิก
            40.3 เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมูลนิธิ
            40.4 เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ไม่ว่าเหตุใดๆ
 
หมวดที่  12
บทเบ็ดเตล็ด
ข้อ 41. การตีความในข้อบังคับของมูลนิธิ หากเป็นที่สงสัยให้คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 42. ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมูลนิธิมาใช้บังคับ ในเมื่อข้อบังคับของมูลนิธิได้กำหนดไว้
ข้อ 43. มูลนิธิต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง
 
 
                                                           ลงนาม                                          ผู้จัดทำข้อบังคับ
                                                                        (นายเขียน  ไชยปัญญา)
                                                      ประธานกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านอี่หล่ำ